ประวัติวัดศรีเอี่ยม


ประวัติ วัดศรีเอี่ยม (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๔๘)

ตั้งอยู่ เลขที่  ๑๑๑  หมู่ที่  ๑๑ ถนน บางนาตราด กิโลเมตรที่ ๔  แขวงบางนา เขตบางนา (พระโขนง) กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๖๐  สังกัดคณะสงฑ์มหานิกาย

Logo of Wat Sri Iam

ความเป็นมา

วัดศรีเอี่ยม มีนามเดิมว่า วัดศรีเอี่ยมวัฒนาราม เดิมเป็นสำนักสงฆ์ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖  โดยคุณแม่ขาบ  อ่องเอี่ยม พร้อมด้วย คุณละออง  อ่องเอี่ยม (บุตร) ครูบัญญิต (เบิ้ม) อ่องเอี่ยม (บุตร) คุณสงกรานต์ อ่องเอี่ยม  คุณฉลวย (แหลม) อ่องเอี่ยม ได้ถวายที่ดิน จำนวน ๖ ไร่เศษ ให้ พระครูศรีวรพินิจ (มหาศิริ  เผือกผ่อง) เจ้าอาวาสวัดบางนาใน  โดยเริ่มก่อตั้งวัด เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.  ๒๕๑๙ และเริ่มการสร้างวัดเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๑๗

 

ต่อมา อาจารย์สุขุมและคุณหญิงฟองจันทร์ ถิรวัฒน์ ได้ถวายที่ดินเพื่อขยายวัด จำนวนอีก  ๖  ไร่เศษ  ในปีกุน พ.ศ. ๒๕๑๙  แก่ พระอธิการประเสริฐ  สุตธมโม  (สุดพรหรม)  โดยใช้ขื่อว่า วัดศรีเอี่ยมวัฒนาราม คำว่า ศรี นำมาจาก พระครูศรีวรพินิจ  และคำว่า เอี่ยม มาจากนามสกุลของคุณแม่ขาบ  แล้วเติมคำว่าวัมนาต่อท้าย  หมายถึงพระครูศรีวรพินิจและตระกูลอ่องเอี่ยม  ได้ร่วมกันพัฒนาเพื่อสร้างวัดนี้ ต่อมาชื่อนั้นเรียกยาก จึงได้ตัดคำว่า วัฒนาราม ออกไป จึงเหลือแต่  วัดศรีเอี่ยม จนถึงปัจจุบัน

 

เนื้อที่และที่ดินธรณีสงฆ์

มีที่ดินตั้งวัด เนื้อที่  ๖  ไร่  ๓  งาน  ๘๕  ตารางวา  โฉนดเลขที่  ๑๖๔๖  เลขทื่ดิน  ๒๙  กับหน้าสำรวจ  ๑๘๒

อาณาเขต

ทิศเหนือ ยาว ๖๕.๘๔  เมตร  ติดต่อกับที่ดิน เลขที่ ๒๒  ทิศใต้ยาว ๖๓.๑๖  เมตร  ติดต่อกับลำรางสาธารณะ

ทิศตะวันออก ยาว ๑๖๓.๖๐  เมตร ติดต่อกับที่ดินเลขที่  ๓๐

ทิศตะวันตก ยาว ๑๘๙.๔๔  เมตร ติดต่อกับที่ดินเลขที่  ๒๑

ที่ธรณีสงฆ์จำนวน  ๑  แปลง เนื้อที่ ๖ ไร่เศษ ส่วนหนึ่งในโฉนดเลขที่ ๑๖๙๘ (ตามสำเนาโฉนดที่ดิน ๑๘๘๖๑๘ ฉบับที่ ๑๖๙๘ เลขที่ดิน ๑๓๒๑  หน้าสำรวจ   ๒๓๑๕๔  จำนวน  ๔ ไร่  ๑  งาน  ๗๑  ตารางวา กับหน้าสำรวจ  ๒๓๑๕๕  จำนวน  ๒  ไร่  ๘๐  ตารางวา รวมเนื้อที่ ๖  ไร่  ๒  งาน  ๕๑  ตารางวา รวมเนื้อที่ของวัดศรีเอี่ยม  ๑๔ ไร่เศษ


ความสำคัญและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับวัด

เหตุการณ์ที่  ๑.  งานผูกพัทธสีมา  วันอาทิตย์ ที่  ๓๑  มกราคม  ๒๕๒๕

แม่ขาบ  อ่องเอี่ยม อายุ ๘๒  ปี  บ้านบางกอบัว (ตรงข้ามท่าเรือคลองเตย) อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ  พร้อมด้วยบุตรธิดา คือ คุณละออง อ่องเอี่ยม คุณสงกรานต์ อ่องเอี่ยม คุณบัญญัติ (เบิ้ม) อ่องเอี่ยม คุณฉลวย (แหลม) อ่องเอี่ยม ซึ่งต่างก็มีใจยินดีอนุโมทนาในมหากุศลที่คุณแม่ได้มอบถวายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๔๖ เลขที่ดิน ๒๙ หน้าสำรวจ ๑๘๒ เล่ม ๑๗ หน้า ๔๖ ต.บางนา อ.พระโขนง จ.พระนคร เนื้อที่จำนวน ๗ ไร่เศษ พร้อมด้วยทุนทรัพย์เพื่อสร้างศาลา, กุฎิ, โบสถ์, พระพุทธประธานฯ ตามลำดับให้พระครูศรีวรพินิจ เจ้าอาวาสวัดบางใน  ในสมัยนั้น เจ้าคณะแขวงบางนา – บางจาก เป็นดำเนินการสร้างวัดศรีเอี่ยม เมื่อธันวาคม ๒๕๑๖

ท่านพระครูบวรธรรมคุต พระอุปัชฌาย์ เจ้าอาวาสวัดบางนานอก พระโขนง พระอนุสาวนาจารย์ (พระอาจารย์คู่สวด) ครูสอนนักธรรมของผู้ดำเนินการ ได้ส่งพระอจารย์หลุย ตะเภาทอง วัดบางนานอก ให้เป็นผู้ปกครองดูแลวัดศรีเอี่ยม  ตามคำขอของผู้ดำเนินการ  ซึ่งท่านได้รวมจัดสร้างศาลาเอนกประสงค์ใช้เป็นกุฏที่บำเพ็ญกุศลและเป็น ร.ร.สอนเด็กนักเรียน  เปิดสำนักปริวาสกรรม (ติดต่อกัน ๘ ปี) กุฎิ โบสถ์ โดยมีคุณบัญญัติ (เบิ้ม) อ่องเอี่ยมบุตรชายของแม่ขาบ เป็นผู้ดูแลช่วยดำเนิงานอย่างใกล้ชิดตลอดมาตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดบางนาใน พร้อมด้วยท่านสาธุชนในละแวกใกล้เคียงและทั่วไปได้ช่วยกันสร้างวัดศรีเอี่ยมและก่อตั้งโรงเรียนวัดศรีเอี่ยม โดยใช้ศาลาหลังใหญ่ปัจจุบันเป็นที่ทำการสอน ขณะมีปริวาสกรรมใช้เป็นที่ประชุม ขณะสอนเด็กนักเรียนใช้ศาลานั้นและห้องเก็บของกับต่อเพิงจากศาลาใหญ่ ศาลาเล็กเป็นที่สอนที่เรียน 

คุณครูใหญ่ประสิทธิ์  กุณาศล ร.ร.รุ่งเรื่องอุปภัมภ์ ซอยรุ่งเรือง บางนา (อดีตเป็นผุ้อำนวยการโรงเรียนวัดปากบ่อ อ่อนนุช พระโขนง) เป็นผู้ริเริ่มการเรียน ร.ร.วัดศรีเอี่ยม เมื่อทางราชการอนุมัติงบประมาณสร้างอาคารเรียนแล้ว ร.ร. จึงได้แยกตัวจากที่เคยสอนอยู่ที่ศาลาวัดศรีเอี่ยมไปสอนที่อาคารเรียนถาวร ดังปรากฎอยู่ในปัจจุบัน

ผู้จัดการติดต่อกับทางราชการ จัดการแบ่งครู นักเรียนอุปกรณ์ จาก ร.ร.รุ่งเรืองฯ และจัดส่งคุณครูใหญ่ โสภณ ลึกลับ ผู้ช่วยใหญ่ ร.ร.รุ่งเรืองฯ ให้มาเป็นครูใหญ่ ร.ร.วัดศรีเอี่ยม ทางราชการ โดยการติดต่อของคุณครูใหญ่ ประสิทธิ์  คุณครูใหญ่โสภณ  และทางวัดได้มาตรวจเห็นผลงานแล้วจึงตั้งงบประมาณให้สร้างอาคารเรียนถาวร ๙ ห้อง ต่อมาสร้างเพิ่มอีก ๖ ห้อง และเห็นความจำเป็นตามที่ครูใหญ่เสนอว่า ร.ร.นี้มีความจำเป็นต้องรับเด็กจากการเคหะแห่งชาติบางนา ทางการจึงตั้งงบประมาณให้สร้างอาคารเรียนใหม่อีก ๑๖ ห้อง คุณครูเสนห์ พ่วงแพ คุณครูใหญ่ นส.ยุวดี เกิดสว่าง พร้อมด้วย คุณครูทุกรุ่น ทุกท่าน นร.วัดศรีเอี่ยม และ ร.ร. ใกล้เครียง นายบุญชู เกิดเพิ่ม ภารโรง ร.ร.วัดศรีเอี่ยม นอกจากจะต้องปฏิบัติกภารกิจหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ยังได้ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ให้วัดศรีเอี่ยมเป็นอย่างมากตลอดมา ทั้งในยามปกติและเวลาที่วัดมีงาน  โดยเฉพาะในครั้งที่มีปริวาสกรรมติดต่อกันเป็นเวลา ๙ วัน ของแต่ละปี ซึ่งเจ้าภาพมาถวายภัตตาหารคณะละวัน ทางโรงเรียนวัดศรีเอี่ยมได้มาปฏิบัติศาสนกิจ – ศึกษาธรรม ถวายความอุปถัมภ์แก่พระสงฆ์  ร่วมกับท่านสาธุชนเป็นประจำ นับได้ว่าท่านเจ้าของที่ดิน พระภิกษุสงฆ์ ท่านสาธุชนคุณครู ภารโรง นักเรียน ได้ร่วมกันลุยโคลนบุกเบิกวัดและโรงเรียนศรีเอี่ยมมาตั้งแต่ต้น จนเติมโตแข็งแรงสวยงามที่ดินจากศรัทธาของแม่ขาบ อ่องเอี่ยม ทีได้รับมอบถวายให้ทางวัด และโรงเรียนศรีเอี่ยมนั้น ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา  และการศึกษาของชาติเป็นอย่างมาก

 

เมื่อพระอาจารย์หลุย  ตะเภาทอง  วัดบางนานอก  ผู้ปกครองดูแลวัดศรีเอี่ยมมรณภาพแล้ว ผู้ดำเนินการได้มอบให้พระอาจารย์ประเสริฐ สุตตธมโม (สุตพรหม) วัดบางนานอก เป็นผู้ปกครองดูแลวัดศรีเอี่ยมต่อไป คณะสงฆ์ตามลำดับขั้นตั้งแต่เจ้าคณะแขวง – ตำบล, เจ้าคณะเขต – อำเภอ, เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร – จังหวัด เจ้าคณะภาคฯ ได้ทราบ – ตรวจผลงานของวัดศรีเอี่ยมว่าได้ทำการก่อสร้างวัดมาพอสมควรแล้ว จึงอนุญาตให้ตั้งวัดได้ (ตามทะเบียนตั้งวัดตามมติ มส. ครั้งที่ ๑๑/๒๕๒๒ วันที่ ๒๑ พ.ค. ๒๕๒๒) ขั้นตอนช่วงนี้ ตามกฎหมายสงฆ์ (เรียกเต็มว่า พระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช  ๒๕๐๕) กำหนดให้ดำเนินการแต่งตั้งเจ้าอาวาสขึ้นเป็นผู้ปกครองวัด แต่ถ้าจะแต่งตั้งเจ้าอาวาสทันทีมิได้ ก็ให้แต่งตั้งพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสไว้ก่อน เจ้าคณะแขวงบางนา – บางจาก จึงแต่งตั้งให้พระครูศรีสมโพธิ วัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพฯ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีเอี่ยม การแต่งตั้งเจ้าผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสนั้น ถ้าได้แต่งตั้งพระเถระผู้ใหญ่ผู้รักผิดชอบในการปกครองสงฆ์ ในเขตนั้น ท่านมีวัดของท่านอยู่ประจำแล้ว ให้เป็นผู้รักษาการงานจะเรียบร้อยไม่ค่อยมีปัญหา เพราะทุกฝ่ายต่างก็เข้าใจกันดีว่า "ท่านไม่มาหรอก ท่านช่วยทำงานแทนให้เท่านั้น"  แต่ถ้าตั้งพระภิกษุในวัดนั้นๆ เป็นผู้รักษาการแทนแลั้ว ถ้าอยู่ในฐาน "ปกครองเขาไม่ได้" ย่อมจะเกิดปัญหามาก ด้วยหวังความเรียบร้อยดีงามในการปกครองสงฆ์ ในการศึกษา ในการเผยแพ่ และในการซ่อมสร้างวัด ทางผู้บังคับบัญชาคณะสงฆ์ ท่านจึงเลือกวิธีให้พระผู้ใหญ่ต้องยอมเหน็ดเหนื่อยมาช่วยของการ "ผลัดแผ่นดินใหม่" ไว้ระยะหนึ่งก่อนเพื่อเฟ้นหาพระภิกษุ ผู้เหมาะสม และถึงเวลาอันสมควรแล้ว จึงดำเนินการแต่งตั้งเจ้าอาวาสต่อไป

 

คณะสงฆ์ท่านได้ดำเนินปฏิบัติของท่านแนวนี้ ได้ผลดีต่อวัดต่อพระพุทธศษสนามามากแล้ว ท่านผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีเอี่ยมท่านอยู่ไกล และมีภาระทางการคณะสงฆ์อยู่มาก กับได้เห็นความาสามารถของผู้ปกครองดูแลองค์ก่อน จึงแต่งตังให้พระประเสริฐ สุตตธมโม (สุดพรม) เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีเอี่ยม ผู้ทำการแทนฯ เจ้าอาวาส ได้ดำเนินการปกครองการศึกษาการเผยแพร่ การซ่อมสร้างวัดมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนของท่านเจ้าของที่และท่านสาธุชนด้วยดีมาโดยลำดับ 

ด้วยเจตน์จำนงอันแน่วแน่ของแม่ขาบ อ่องเอี่ยม ที่จะให้มีการผูกพัทธสีมาอุโบสถวัดศรีเอี่ยม ให้เป็นการเสร็จสิ้นเรียบร้อยในเทศกาลตรุษจีน ปี ๒๕๒๕  นี้ จึงได้เร่งดำเนินการทุกอย่าง ท่านผู้รักษาการแทน และผู้ทำการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีเอี่ยม จึงได้เชิญกรรมการทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์มาประชุมปรึกษาหารือกันกำหนดงานผูกพัทธสีมาขึ้น ดังนี้ 

วันเสาร์ที่ ๒๓  มกราคม  ๒๕๒๕  (แรม  ๑๔  ค่ำ  เดือน ๒ ) 

เริ่มงานเวลา  ๑๐.๐๙  น.  พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ อ่านรายงานเสนอท่านประธาน ท่านประธานเปิดงาน เปิดผ้าคลุมลูกนิมิต พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา
เวลา  ๑๑.๐๐  น.  ท่านสาธุชน  ร่วมกันถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์  ๑๐๙  รูป
เวลา  ๑๓.๐๐ น.  พระสงฆ์  ทำพิธีสวดถอนนิมิตร ฯลฯ
วันที่ ๒๓ –  ๓๑  มกราคม  ๒๕๒๕  มีการบำเพ็ญกุศลปิดทองลูกนิมิต มีมหรสพตลอด  ๙  คืน

วันอาทิตย์ที่  ๓๑  มกราคม  ๒๕๒๕  (ขึ้น  ๗  ค่ำ เดือน  ๒)

เวลา  ๑๕.๐๐ น. พระสงฆ์ทำพิธีตัด – ทักนิมิตผูกพัทธสีมา เวลาเย็นพระสงฑ์เจริญพระพระพุทธมนต์  ฉลองอุโบสถใหม่

วันจันทร์ ที่ ๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๕ (ขึ้น  ๘  ค่ำ เดือน ๓)
เวลา ๑๑.๐๐ น. แม่ขาบ  อ่องเอี่ยม เป็นประธาน ถวายภัตตาหาร  แด่พระสงฆ์  ๒๕  รูป  เป็นการฉลองอุโบสถใหม่ ท่านผู้ทำการแทนผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส  ได้ดำเนินการผูกพัทธสีมาวัดศรีเอี่ยม

เมื่อวันที่ ๒๓-๓๑  มกราคม  ๒๕๒๕  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ตามตราตั้งที่ ๑๔/๒๕๒๕  วันที่ ๒๔  กันยายน  ๒๕๒๕  ท่านเจ้าอาวาสวัดศรีเอี่ยม ได้จัดดำเนินการซื้อที่ดินที่ติดต่อกับวัด ด้านทิศตะวันตก จำนวน  ๖  ไร่  ๓  งาน  ๘๐  ตารางวา เป็นเงินเก้าแสนบาท

วัดศรีเอี่ยม ได้รับอนุญาตให้สร้างเป็นวัด  เมื่อวันศุกร์ที่  ๘  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๒๒  ขึ้น  ๑๔  ค่ำ  เดือน ๗  ปีมะแม  เอกศกปรกติมาส อธิกวาร ปรกตสุรทิน  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันพุธที่ ๑๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๒๔  ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓  ปีวอก โทศก อธิกวาร ปรกตสุรทิน อธิกสุรทิน (ประกาศลงราชกิจจนุเบกษาเล่ม ๙๘ ตอน ๓๗ ลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๔) ผูกพัทธสีมาเมื่อ  วันอาทิตย์ที่ ๓๑ มกราคม  พ.ศ. ๒๕๒๕ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๓ ปีจอ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม เดิมเป็นทุ่งนา ทิศตะวันออกบางส่วนติดต่อกับถนนพัฒนาการใกล้ชุมชนของการเคหะแห่งชาติ มีถนนเข้าถึงวัดการคมนาคมสะดวก

เหตุการณ์ที่ ๒.  หล่อพระเกตุพระประธานอุโบสถ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๗ งานพิธีเททองหล่อหลวงพ่อนาค และพิธีอัญเชิญพระเกตุมาลาขึ้นประดิษฐานองค์พระประะานในอุโบสถ ณ วัดศรีเอี่ยม แขวง-เขตาบางนา กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๗ เวลา  ๑๐.๐๐ น.  โดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร กทม. เมตตามาเป็นประธาน

เหตุการณ์ที่ ๓.  งานยกและรอดอุโบสถ วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๔๘ โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กทม. เป็นประธานกำหนดการพิธี

เวลา  ๐๙.๐๙  น.  พิธีบวงสรวงท้าวมหาราชทั้ง ๔

เวลา  ๐๙.๔๙  น.  ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีระวงศ์มาถึงในพิธี

เวลา  ๑๐.๐๙ น.  เจริญชัยมงคลคาถายกอุโบสถ

เวลา ๑๐.๓๐  น.  เจริญชัยพระพุทธมนต์  ฉลองยกอุโบสถ

เวลา ๑๑.๐๐  น. ถวายภัตตาหารเผลแด่แพระเถรานุเถรุที่มาร่วมพิธี

เวลา  ๑๓.๐๙  น.  พิธีทอดผ้าถวายบูรณอุโบสถ

เวลา  ๑๓.๓๙  น.  พิธีรอดอุโบสถ  สะเดาะเคราะห์  เสริมบารมี

 

สถานที่สำคัญของวัด

๑. อุโบสถ  กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๐ เมตร หลังคา ๓ ชั้น ลักษณะก่ออิฐถือปูน ทำเป็น ๒ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๕ บูรณะปี พ.ศ.๒๕๔๗ ยกขึ้นเป็น ๒ ชั้น ด้วยความสูง ๔ เมตร ๓๖ ชม. และขยายทั้ง ๔ ด้านๆ ละ ๔ เมตร เท่าๆ กัน สิ่งสำคัญภายในอุโบสถ  พระประธาน เดิมชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อศรี สันนิษบานว่ามาจากชื่อของวัดเดิม จนมาถึงปี ๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีระวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปประจำอุโบสถใหม่ว่า "พระพุทธศรีมงคลนวภูมิ"

๒. ฌาปนสถาน เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ เริ่มแรก เป็นเตาเผาแบบใช้น้ำมันเตา ๑ เตา ไม่มีระบบปลอดมลภาวะ มูลค่าเมื่อเริ่มสร้าง  ๕ ล้านบาท ปรับปรุงเปลี่ยนเตาเป็นแบบปลอดมลภาวะ ระบบ ๒ เตา เมื่อพ.ศ. ๒๕๔๖ งบประมาณ ๒.๘ ล้านบาท

๓. ตึกพระพิศาลพัฒโนดม (ศาลาแสงไทรย์, ตึกกรรมฐาน) สร้างเมื่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๖ บูรณะเมื่อ ๑ กันยายน ๒๕๔๗, ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ มูลค่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท

๔. พระ ๘ ศอก ทุนก่อสร้าง ๑ ล้านบาท โดยคุณปรีชา-คุณวรรณา เบญขจาธิกุล เริ่มก่อสร้าง มีนาคม ๒๕๔๘ แล้วเสร็จสิงหาคม ๒๕๔๘  จำลองแบบมาจากวัดเขาวัง จ.สระบุรี

๕. สำนักงานกลาง ก่อสร้างเมื่อ ธันวาคม ๒๕๔๗  แล้วเสร็จมีนาคม ๒๕๔๘ กว้าง ๔ เมตร ยาว ๒๐ เมตร และ ๑๖ เมตร จำนวน ๒ หลังคู่ งบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท

๖. พลับพลาหน้าเมรุ ใช้ประกอบพิธีประชุมเพลงศพ และใช้เป็นหอประชุมจุได้ ๓๐๐ ที่นั่ง กว้าง ๘ เมตร ยาว ๓๐ เมตร งบประมาณก่อสร้าง  ๓ ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากคุณดำรง ยงค์สงวนชัย ๒.๕ ล้านบาท